[Fiction] Teacher! Nice to meet you.(Kangteuk)

posted on 22 Feb 2009 14:26 by catherine in Fiction

 

Teacher! I love you!!! 

คุณครูครับ! ผมรักคุณครู!!!

 

ผม ปาร์ค จองซู มีชื่อเล่นว่า ลีทึก คงเป็นครูมือใหม่ที่โชคร้ายที่สุดในปีนี้เสียแล้ว (T^T)

แต่จะโทษอะไรได้ นอกจากตาแก่นั้น!!

ตอนที่ผมเพิ่งเรียนจบมา และกำลังจะไปทำงานเป็นครูในวันแรก ระหว่างที่กำลังอยู่บนรถไฟฟ้า ผมได้พบหญิงสาวคนหนึ่งกำลังถูกลวมลามจากตาแก่ตัณหากลับ ด้วยความงดงามในจิตใจจากนาง(?)ฟ้าอย่างผม ทำให้ผมเข้าไปผดุงความยุติธรรม!

“ลุง! เลิกทำเรื่องทุเรศๆแบบนี้เถอะ”

รถไฟฟ้าจอดและประตูเปิดพอดีด้วยความบังเอิญ เมื่อชายโรคจิตรู้ว่ามีคนจับได้ ชายคนนั้นจึงรีบหนีออกไปด้วยความรวดเร็ว ผมลงประตูวิ่งตามไปแต่ก็ไม่ทัน

ผู้หญิงคนนั้นตามลงมา “ขอบคุณมากนะคะ” หญิงสาวก้มหัวลงอย่างสุภาพ

“ไม่เป็นไรครับ”

“ขอบคุณมากจริงๆค่ะ เมื่อกี้ฉันกลัวมากๆ ถ้าไม่ได้คุณช่วยไว้ แย่แน่ๆเลยค่ะ”

ขณะนั้นเอง พนักงานรักษาความปลอดภัยของสถานีรถไฟก็(เพิ่ง)มาดูแล

“เมื่อกี้มีเรื่องอะไรกันหรือครับ”

ผู้หญิงเป็นคนตอบ “เมื่อกี้ฉันถูกลวนลามค่ะ แต่คนๆนี้ช่วยฉันไว้” เธอเล่าเรื่องราวด้วยสีหน้าที่ยังคงซีดเผือก น่าสงสารจริงๆ

“งั้นพวกคุณช่วยอยู่ให้ปากคำนะครับ”

แล้ววันนั้นผมก็ไปโรงเรียนสาย (-*-) แต่เรื่องไม่ได้อยู่ที่จุดนั้นหรอกนะ แต่เมื่อผมเข้าไปพบผู้อำนวยการ เจ้านายผมเนี้ยสิ...

ดันเป็นไอ้แก่โรคจิตคนนั้น!!

แต่สิ่งที่ผมยอมไม่ได้ คือการที่มันโวยวายทันทีต่อหน้าคุณครูท่านอื่น ว่าผมเป็นคนโรคจิต! ไอ้โรคจิตมันแกไม่ใช่เหรอฟ่ะ! ทำให้ผมชกหน้ามันด้วยความโมโห จากนั้นก็มีเรื่องทะเลาะวิวาทกัน

แล้วนางฟ้าตัวเล็กๆอย่างผม จะไปสู้อะไรกับผู้อำนวยการได้ล่ะ ผมจึงโดนย้ายมาอยู่ที่ต่างจังหวัด ด้วยข้อหาไม่มีจริยธรรมพอที่จะเป็นครู จากการไปลวนลามผู้หญิง ก่อเรื่องทะเลาะวิวาท และย้อมสีผมเป็นสีขาว ซึ่งไม่เหมาะกับการเป็นครู

โรงเรียนที่ผมถูกสั่งให้ย้ายมาก็กันดารจริงๆ นั่งรถจากโซลถึงตัวเมืองใช้เวลา 3 ชม.ต้องลงเดินต่อเพราะไม่มีรถเข้าถึง ผ่านมาชั่วโมงกว่าๆผมยังไม่เห็นตัวโรงเรียนเลย

มองไปทางไหนก็มีแต่ป่าเขา มือถือก็ไม่มีสัญญาณ คนก็ไม่เห็นมีซักคน นี่ผมมาถูกทางจริงหรือเปล่าเนี่ย? ทำไมมันบ้านนอกขนาดนี้นะ (>0<)

 

!!!โครม!!!

จู่ๆก็มีคนตกลงมาจากต้นไม้มาทับตัวผม เขาเป็นเด็กชายตัวเล็ก ดูน่าทะนุถนอม ใส่เสื้อโค้ทกันหนาวสีฟ้าแล้วสวมฮู้ตปิดหน้าปิดตา

ร่างเล็กรีบลุกขึ้นอย่างรวดเร็ว แต่ผมยังไม่ลุกขึ้น เพราะผมเจ็บมากเลย (T^T) โอ้ย!! หลังฉ้านนนน จะหักไหมเนี้ยยย

เมื่อเขาลุกขึ้นได้ก็โค้งศรีษะเป็นการขอโทษโดยไม่ได้พูดออกมา

“มันอันตรายนะเฟ้ย!!” ผมตวาดใส่เขาไปด้วยความโมโห เด็กน้อยสะดุ้งด้วยความตกใจ ผมเห็นดังนั้นจึงได้สติกลับมาเป็นนางฟ้าเหมือนเดิม

“เจ็บตรงไหนหรือเปล่า?” เขาเงียบ ไม่พูดตอบกลับมา ผมจึงเปลื่ยนคำถาม

“เธอรู้จักโรงเรียนแถวนี้หรือเปล่า?” ร่างเล็กมีสีหน้าประหลาดใจ ก่อนที่จะตอบกลับมา

“ครับ หรือว่าจะเป็นพี่ครับ”

“เอ๋? คือพี่มาเป็นครูประถมของที่นี้น่ะ”

“คุณครู!!” เด็กหนุ่มตกใจ ก่อนที่จะพูดต่อ “ผมรู้จักโรงเรียนนั้นครับ ผมจะพาไป”

 
  

โรงเรียนเป็นอาคารไม้เก่าๆ ที่ยังคงมีสภาพดี พอใช้งานได้ เมื่อมาถึงร่างเล็กก็รีบวิ่งเข้าไปในโรงเรียน พลางตะโกนเสียงดัง “กลับมาแล้วคร้าบ ทุกคน” เอ๋? กลับมาแล้ว’?

เด็กหนุ่มถอดเสื้อโค้ทออก ทำให้ผมเห็นตัวเขาชัดเจน ใบหน้าไร้เดียงสา

กับหูสัตว์สีน้ำตาลและหางกระรอก!! อะไรกันเนี้ย?

เสียงเล็กพูดต่อไปเพื่อเรียกคนอื่น “พวกเรา รีบมาทักทายคุณครู! เร็วๆๆ!

ผมเห็นคนออกมาอีก 5-6 คน มีทั้งผู้หญิง เด็กน้อย และหนุ่มใหญ่ ผมมองพวกเขาอย่างแปลกใจ ราวกับงานแฟนซี มีแต่คนที่ใส่หูสัตว์ต่างๆ บางคนก็ใส่หางสัตว์ด้วย  งานคอสเพลย์?

จู่ๆก็มีสาวสวยคนหนึ่งมาจ้องหน้าผม เธอมีใบหน้าที่งดงามได้รูปสวยหวาน ริมฝีปากบางน่ารัก ผมยาวประบ่าสีดำเงางาม บนหัวเป็นหูแมวสีขาว

“เรียวอุค” เธอเรียกชื่อซักคนขึ้นมา เด็กที่พาผมมาที่นี่ขานรับ เธอจึงพูดต่อ

“นี้มันมนุษย์นี่ มนุษย์ผู้ชายน่ะ”

“ห๊า !!!” ทุกคนร้องออกมาเสียงดัง

เด็กคนนั้นที่ชื่อว่า เรียวอุค เอามือชี้ไปที่หัวผม

“ดูสิ ก็คุณครูเคยบอกว่า ถ้าไม่แก่อ่ะ มนุษย์ไม่มีผมสีขาวแบบนี้หรอก”

แม้ผมจะไม่เข้าใจเท่าไหร่นัก แต่ผมก็อยากหยุดบทสนทนานี้ ผมจึงเดินไปที่กระดานไปสองสามก้าว แล้วลงมือเขียนชื่อตัวเอง

“ฉันชื่อ ปาร์ค จองซู เรียกง่ายๆว่า ลีทึก อายุ 25 ปี ย้อมผมเป็นสีขาวมา แต่ก็ยังสอนได้ เข้าใจมั้ย?

หญิงสาวได้ยินแบบนั้นก็ถามออกมา “นายจะมาเป็นครูที่นี้จริงๆเหรอ”

ผมจึงค้นกระเป๋าเป้ที่แบกมาเพื่อหาหลักฐาน มันคือใบคำสั่งการย้าย “เอ๊า! ดูซะ!

เธอหยิบกระดาษไปดูแล้วเงียบไปพักหนึ่ง แล้วก็พูดมาว่า “ที่อยู่นี้มัน...เมืองข้างๆนิ”

ผมรีบคว้าเอาใบกระดาษแผนนั้นมาดูเอง เอ๋? เมืองข้างๆ?

  “งั้นคืนนี้ค้างที่นี้ก่อนล่ะกัน” ชายหนุ่มคนหนึ่งพูดขึ้น เขาคนนั้นรูปร่างอวบเล็กๆ มีผมสีชมพูใส่หูกระต่ายอย่างน่ารัก ทั้งที่มันเหมาะกับผู้หญิงมากกว่า แต่กลับเข้ากับหนุ่มน้อยคนนี้อย่างน่าประหลาด

ด้วยความสงสัยถึงเรื่องที่พวกเขาพูดกันเมื่อก่อนหน้านี้ ผมจึงตัดสินใจถามขึ้น

“ถ้าพวกนายไม่ใช่มนุษย์ แล้วเป็นตัวอะไรกันล่ะ? (- -!)

   “กระต่ายล่ะ” คนเมื่อกี้พูด

   “กระรอก” เรียวอุคพูดประสานเสียงกับเด็กอีกคนที่ดูน่ารักน่าชัง

   “หมาจิ้งจอก” เด็กผู้ชายอีกคนหนึงตอบ ใบหน้าใสเก๊กขรึม ทำสีหน้าดุๆแทบจะตลอดเวลา

   “หมาครับ” เด็กอีกคนหนึ่งตอบ ใบหน้าที่หล่อคมไม่ได้แสดงสีหน้าอะไรออกมาให้เห็น สีผิวคล้ำกว่าปกติเล็กน้อย

   “ฉันเป็นหมี” ผู้ชายอีกคนพูดขึ้น เป็นชายหนุ่มร่างหนาที่ดูแข็งแรงที่สุด

 ผมหันหน้าไปหาผู้หญิงคนนั้นอีกครั้ง แล้วเธอก็ตอบสั้นๆอย่างได้ใจความ “แมว”

 
 

พอตกดึก แมวสาวคนนั้นก็พาผมมาที่นอน

“ฟูกอยู่ที่นี้ ปูเอาเองนะ”

จากนั้นเธอชี้ไปที่ประตูห้องหนึ่งที่อยู่ไม่ใกล้ไม่ไกล “แล้วนั้นห้องอาบน้ำ” เธอพูดต่อด้วยความห่วงใย “เป็นมนุษย์ก็อาจจะหนาวหน่อยนะ แต่ยังไงก็ดีกว่านอนข้างนอก”

เมื่อได้ยินอย่างนั้น ผมก็ยังไม่เลิกสงสัยง่ายๆ “เป็นแมวจริงๆเหรอ?

“ใช่สิ” เธอตอบมาเรียบๆ

ผมประชดออกไปอย่างอดไม่ได้ “เหรอ? ดูสบายใจจังนะ?

“ฉันดูเหมือนมนุษย์รึไง?

โดนย้อนแบบนี้ผมก็พูดไม่ออก หูเธอดูราวกับหูแมวจริงๆ ถ้าไม่ใช่หูจริงก็ต้องตัดมาจากอ่ะแหละ แล้วไหนจะหางแมวที่อยู่ข้างหลังอีกล่ะ แกว่งไปมาได้อย่างเป็นธรรมชาติ คงไม่น่าจะใช่กลไกอะไร

จากนั้นเธอก็เริ่มเล่าที่มาของโรงเรียนแห่งนี้

เธอเล่าว่า ที่นี้เป็นโรงเรียนที่เด็กๆพวกนี้ถูกคนเอามาทิ้ง พวกเขาต้องเรียนอย่างหนักเพื่อให้ได้เป็นมนุษย์ตามที่คุณครูบอก (มันจะเป็นไปได้ไง?) และถึงแม้มันจะเป็นแค่ฝันลมๆแล้งๆ แต่พวกเขาก็ไม่อยากยอมแพ้

ถ้าหิมะหยุดตกเมื่อไหร่จะไปส่งให้ และลืมเรื่องพวกเขาซะ จะได้เป็นผลดีต่อตัวผมเอง

จริงๆแล้ว ผมก็ควรทำตามที่เธอบอกนะ...แต่ผมกลับรู้สึกชอบที่นี้มาก

และตอนนี้ ผมก็ไม่สามารถข่มตาให้หลับได้เลย เพราะความสับสนที่เกิดขึ้น

..........ผมจะเลือกอะไรดี..........          

 
 

“อรุณสวัสดิ์ครับคุณครู” คนที่บอกว่าเป็นหมีคราวนั้นเดินมาทักทาย

จากนั้นเขาก็พูดต่ออย่างนึกขึ้นได้ “ไม่ใช่แล้วนี่นา ขอโทษด้วยครับ ที่พวกเราเข้าใจผิด”

ผมตอบให้เขาสบายใจ “ไม่เป็นไรหรอก”

“ถ้ากินข้าวเสร็จแล้ว ผมจะไปส่งนะครับ” ร่างหนาพูดด้วยน้ำเสียงที่ดูเศร้าสร้อย

ผมจึงรีบพูดไป “ฉันมาคิดดูแล้วนะ ฉันติดหนี้บุญคุณพวกเธอสำหรับอาหารและที่พัก” เขายิ้มออกมา

ผมถามต่อไป “เธอชื่ออะไรหรอ?

“ผมชื่อ คังอิน ครับ แปลว่า ความแข็งแกร่ง” คังอินตอบอย่างร่าเริง “คุณครูใหญ่เป็นคนตั้งให้ครับ”

ผมมองไปที่รูปข้างหน้า เป็นภาพคนรูปร่างท้วมชู 2 นิ้วให้กล้อง “นั้นใช่ไหม ครูใหญ่”

คังอินมองตาม เห็นรูปนั้นก็พยักหน้าตอบรับ

            

          “พี่น่ะ เป็นมนุษย์จริงๆ ไม่ใช่พวกนกหงส์หยกเหรอครับ” คังอินพูดต่อ “พวกเราน่ะ อยากได้คุณครูมานานแล้ว” ผมเงียบไปเพื่อใช้ความคิด ยิ่งคังอินพูดแบบนี้ ผมก็ยิ่งอยากอยู่ต่อมากขึ้น

จากนั้นคังอินก็ชวนผมไปกินข้าวเช้ากับคนอื่นๆ

ผมตั้งใจไว้ว่า ผมจะอยู่ที่นี้จนหมดช่วงฤดูหนาว และเมื่อฤดูใบไม้ผลิมาถึง ผมก็จะได้เป็นครูสอนที่โรงเรียนแห่งหนึ่ง(ที่เมืองข้างๆ) แต่ตอนนี้ ผมขอตอบแทนค่าที่พักและอาหาร จากนั้นเรื่องทั้งหมดก็จะเหมือนกับความฝัน ในที่สุดผมจะได้เป็นครูจริงๆ

  

“ไอ้พวกหลอกลวง...”